ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง

สาระที่  1                 สิ่งมีชีวิตกับกระบวนการดำรงชีวิต

มาตรฐาน ว  1. 1    เข้าใจหน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของระบบต่างๆ ของสิ่งมีชีวิตที่ทำงานสัมพันธ์กัน มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้   สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ในการดำรงชีวิตของตนเองและดูแลสิ่งมีชีวิต

ชั้น

ตัวชี้วัด

สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ม.1

1.  สังเกตและอธิบายรูปร่าง  ลักษณะของเซลล์ของสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวและเซลล์ของสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์

-              เซลล์ของสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว และเซลล์ของ   สิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ เช่น เซลล์พืช และเซลล์สัตว์มีรูปร่าง ลักษณะแตกต่างกัน

2.  สังเกตและเปรียบเทียบส่วนประกอบสำคัญของเซลล์พืชและเซลล์สัตว์

            นิวเคลียส ไซโทพลาซึม และเยื่อหุ้มเซลล์  เป็นส่วนประกอบสำคัญของเซลล์ที่เหมือนกันของเซลล์พืชและเซลล์สัตว์

            ผนังเซลล์และคลอโรพลาสต์  เป็นส่วนประกอบ ที่พบได้ในเซลล์พืช

3.  ทดลองและอธิบายหน้าที่ของส่วนประกอบที่สำคัญของเซลล์พืชและเซลล์สัตว์

-              นิวเคลียส ไซโทพลาซึม เยื่อหุ้มเซลล์ แวคิวโอล   เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของเซลล์สัตว์  มีหน้าที่แตกต่างกัน  

-              นิวเคลียส ไซโทพลาซึม เยื่อหุ้มเซลล์ แวคิวโอล    ผนังเซลล์ และคลอโรพลาสต์ เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของเซลล์พืช มีหน้าที่แตกต่างกัน

4.  ทดลองและอธิบายกระบวนการสารผ่านเซลล์     โดยการแพร่และออสโมซิส

-  การแพร่เป็นการเคลื่อนที่ของสาร จากบริเวณที่มี

    ความเข้มข้นสูงไปสู่บริเวณที่มีความเข้มข้นต่ำ

-  ออสโมซิสเป็น การเคลื่อนที่ของน้ำผ่านเข้าและออกจากเซลล์ จากบริเวณที่มีความเข้มข้นของสารละลายต่ำไปสู่บริเวณที่มีความเข้มข้นของสารละลายสูง โดยผ่านเยื่อเลือกผ่าน

5.  ทดลองหาปัจจัยบางประการที่จำเป็นต่อการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช และอธิบายว่าแสง      คลอโรฟิลล์ แก๊ส คาร์บอนได- ออกไซด์ น้ำ เป็นปัจจัยที่จำเป็นต้องใช้ในการสังเคราะห์ด้วยแสง    

-              แสง คลอโรฟิลล์ แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ และน้ำ  เป็นปัจจัยที่จำเป็นต่อกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช

 

 

ชั้น

ตัวชี้วัด

สาระการเรียนรู้แกนกลาง

 

6.  ทดลองและอธิบายผลที่ได้จากการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช

-              น้ำตาล  แก๊สออกซิเจนและน้ำ  เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช

7.  อธิบายความสำคัญของกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืชต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม     

- กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตและต่อสิ่งแวดล้อมใน ด้านอาหาร การหมุนเวียนของแก๊สออกซิเจนและแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์

8.  ทดลองและอธิบายกลุ่มเซลล์ที่เกี่ยวข้องกับการลำเลียงน้ำของพืช

-              เนื้อเยื่อลำเลียงน้ำเป็นกลุ่มเซลล์เฉพาะเรียงต่อเนื่องกันตั้งแต่ราก  ลำต้น จนถึงใบ ทำหน้าที่   ในการลำเลียงน้ำและธาตุอาหาร

9.  สังเกตและอธิบายโครงสร้างที่เกี่ยวกับระบบลำเลียงน้ำและอาหารของพืช

-              เนื้อเยื่อลำเลียงน้ำและเนื้อเยื่อลำเลียงอาหารเป็นกลุ่มเซลล์ที่อยู่คู่ขนานกันเป็นท่อลำเลียง จากราก  ลำต้นถึงใบ  ซึ่งการจัดเรียงตัวของท่อลำเลียงในพืชใบเลี้ยงเดี่ยวและพืชใบเลี้ยงคู่จะแตกต่างกัน

-  เนื้อเยื่อลำเลียงน้ำ ทำหน้าที่ในการลำเลียงน้ำและธาตุอาหารจากรากสู่ใบ  ส่วนเนื้อเยื่อลำเลียงอาหารทำหน้าที่ลำเลียงอาหารจากใบสู่ส่วนต่างๆ ของพืช

            การคายน้ำมีส่วนช่วยในการลำเลียงน้ำของพืช

 10. ทดลองและอธิบายโครงสร้างของดอกที่เกี่ยวข้องกับการสืบพันธุ์ของพืช

- เกสรเพศผู้และเกสรเพศเมียเป็นโครงสร้างที่ใช้ในการสืบพันธุ์ของพืชดอก

 11.  อธิบายกระบวนการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศของพืชดอกและการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศของพืช โดยใช้ส่วนต่างๆ ของพืชเพื่อช่วยในการขยายพันธุ์

-              กระบวนการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศของพืชดอกเป็นการปฏิสนธิระหว่างเซลล์สืบพันธุ์เพศผู้และเซลล์ไข่ในออวุล

            การแตกหน่อ การเกิดไหล เป็นการสืบพันธุ์ของพืชแบบไม่อาศัยเพศ โดยไม่มีการปฏิสนธิ

            ราก ลำต้น ใบ และกิ่งของพืชสามารถนำไปใช้ขยายพันธุ์พืชได้

 12.  ทดลองและอธิบายการตอบสนองของพืชต่อแสง น้ำ และการสัมผัส 

-              พืชตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายนอก โดยสังเกตได้จากการเคลื่อนไหวของส่วนประกอบของพืช ที่มีต่อแสง  น้ำ และการสัมผัส    

 

 

 

ชั้น

ตัวชี้วัด

สาระการเรียนรู้แกนกลาง

 

 13.  อธิบายหลักการและผลของการใช้เทคโนโลยี ชีวภาพในการขยายพันธุ์  ปรับปรุงพันธุ์ เพิ่มผลผลิตของพืชและนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

-              เทคโนโลยีชีวภาพ เป็นการใช้เทคโนโลยีเพื่อ   ทำให้สิ่งมีชีวิตหรือองค์ประกอบของสิ่งมีชีวิต   มีสมบัติตามต้องการ

-              การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช พันธุวิศวกรรม เป็นเทคโนโลยีชีวภาพที่ใช้ในการขยายพันธุ์  ปรับปรุงพันธุ์ และเพิ่มผลผลิตของพืช

ม.2

 1.  อธิบายโครงสร้างและการทำงานของระบบ     ย่อยอาหาร ระบบหมุนเวียนเลือด ระบบหายใจ    ระบบขับถ่าย ระบบสืบพันธุ์ ของมนุษย์และสัตว์ รวมทั้งระบบประสาทของมนุษย์             

            ระบบย่อยอาหาร ระบบหมุนเวียนเลือด ระบบหายใจ  ระบบขับถ่าย  ระบบสืบพันธุ์  และระบบประสาทของมนุษย์  ในแต่ละระบบ    ประกอบด้วยอวัยวะหลายชนิดที่ทำงานอย่างเป็นระบบ

            ระบบย่อยอาหาร ระบบหมุนเวียนเลือด ระบบหายใจ ระบบขับถ่าย ระบบสืบพันธุ์ของสัตว์    ประกอบด้วยอวัยวะหลายชนิดที่ทำงานอย่าง   เป็นระบบ

2.  อธิบายความสัมพันธ์ของระบบต่างๆ ของ มนุษย์และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

 

            ระบบย่อยอาหาร  ระบบหมุนเวียนเลือด ระบบหายใจ ระบบขับถ่าย  ระบบสืบพันธุ์ของมนุษย์ในแต่ละระบบมีการทำงานที่สัมพันธ์กันทำให้มนุษย์ดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างปกติ   ถ้าระบบใดระบบหนึ่งทำงานผิดปกติ ย่อมส่งผลกระทบต่อระบบอื่นๆ ดังนั้นจึงต้องมีการดูแลรักษาสุขภาพ

3.  สังเกตและอธิบายพฤติกรรมของมนุษย์และสัตว์ที่ตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายนอกและภายใน     

            แสง อุณหภูมิ และการสัมผัส จัดเป็นสิ่งเร้า   ภายนอก  ส่วนการเปลี่ยนแปลงระดับสารใน   ร่างกาย เช่น ฮอร์โมน จัดเป็นสิ่งเร้าภายใน ซึ่งทั้ง สิ่งเร้าภายนอกและสิ่งเร้าภายในมีผลต่อมนุษย์และสัตว์ ทำให้แสดงพฤติกรรมต่างๆ ออกมา

4.  อธิบายหลักการและผลของการใช้เทคโนโลยีชีวภาพในการขยายพันธุ์ ปรับปรุงพันธุ์ และเพิ่มผลผลิตของสัตว์และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

            เทคโนโลยีชีวภาพเป็นการใช้เทคโนโลยีเพื่อ   ทำให้สิ่งมีชีวิตหรือองค์ประกอบของสิ่งมีชีวิต    มีสมบัติตามต้องการ

 

 

 

ชั้น

ตัวชี้วัด

สาระการเรียนรู้แกนกลาง

 

 

- การผสมเทียม การถ่ายฝากตัวอ่อน การโคลน   เป็นการใช้เทคโนโลยีชีวภาพในการขยายพันธุ์  ปรับปรุงพันธุ์ และเพิ่มผลผลิตของสัตว์

5.  ทดลอง วิเคราะห์ และอธิบายสารอาหารในอาหารมีปริมาณพลังงานและสัดส่วนที่เหมาะสมกับเพศและวัย

 

-              แป้ง  น้ำตาล  ไขมัน โปรตีน  วิตามินซี เป็นสารอาหารและสามารถทดสอบได้

-  การบริโภคอาหาร จำเป็นต้องให้ได้สารอาหาร   ที่ครบถ้วนในสัดส่วนที่เหมาะสมกับเพศและวัย   และได้รับปริมาณพลังงานที่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย    

6.  อภิปรายผลของสารเสพติดต่อระบบต่าง ๆ ของร่างกาย และแนวทางในการป้องกันตนเองจากสารเสพติด

 สารเสพติดแต่ละประเภทมีผลต่อระบบต่างๆ    ของร่างกาย ทำให้ระบบเหล่านั้นทำหน้าที่   ผิดปกติ ดังนั้นจึงต้องหลีกเลี่ยงการใช้สารเสพติด  และหาแนวทางในการป้องกันตนเองจาก สาร

    เสพติด

ม.3

-

-

 

สาระที่  1                 สิ่งมีชีวิตกับกระบวนการดำรงชีวิต

มาตรฐาน ว  1.2    เข้าใจกระบวนการและความสำคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต ความหลากหลายทางชีวภาพ การใช้เทคโนโลยีชีวภาพที่มีผลกระทบต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

ชั้น

ตัวชี้วัด

สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ม.1

-

 

-

ม.2

-

 

-

ม.3

 1.  สังเกตและอธิบายลักษณะของโครโมโซมที่มีหน่วยพันธุกรรมหรือยีนในนิวเคลียส

 

-              เมื่อมองเซลล์ผ่านกล้องจุลทรรศน์จะเห็นเส้นใยเล็กๆ พันกันอยู่ในนิวเคลียส เมื่อเกิดการแบ่ง เซลล์ เส้นใยเหล่านี้จะขดสั้นเข้าจนมีลักษณะเป็นท่อนสั้น เรียกว่า โครโมโซม

-              โครโมโซมประกอบด้วยดีเอ็นเอและโปรตีน

-   ยีนหรือหน่วยพันธุกรรมเป็นส่วนหนึ่งที่อยู่บนดีเอ็นเอ

 

2.  อธิบายความสำคัญของสารพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอ    และกระบวนการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม

-              เซลล์หรือสิ่งมีชีวิต มีสารพันธุกรรมหรือ     ดีเอ็นเอที่ควบคุมลักษณะของการแสดงออก

            ลักษณะทางพันธุกรรมที่ควบคุมด้วยยีนจากพ่อและแม่สามารถถ่ายทอดสู่ลูกผ่านทางเซลล์สืบพันธุ์และการปฏิสนธิ

3.  อภิปรายโรคทางพันธุกรรมที่เกิดจากความผิดปกติของยีนและโครโมโซมและนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

โรคธาลัสซีเมีย  ตาบอดสี เป็นโรคทางพันธุกรรม ที่เกิดจากความผิดปกติของยีน 

-              กลุ่มอาการดาวน์เป็นความผิดปกติของร่างกาย ซึ่งเกิดจากการที่มีจำนวนโครโมโซมเกินมา

-              ความรู้เกี่ยวกับโรคทางพันธุกรรมสามารถนำไปใช้ในการป้องกันโรค  ดูแลผู้ป่วยและวางแผนครอบครัว

4.  สำรวจและอธิบายความหลากหลายทางชีวภาพในท้องถิ่นที่ทำให้สิ่งมีชีวิตดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างสมดุล

            ความหลากหลายทางชีวภาพที่ทำให้สิ่งมีชีวิตอยู่อย่างสมดุล ขึ้นอยู่กับความหลากหลายของระบบนิเวศ  ความหลากหลายของชนิดสิ่งมีชีวิต และความหลากหลายทางพันธุกรรม

5.  อธิบายผลของความหลากหลายทางชีวภาพที่มีต่อมนุษย์  สัตว์  พืช และสิ่งแวดล้อม

-              การตัดไม้ทำลายป่าเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์  สัตว์  พืชและสิ่งแวดล้อม

            การใช้สารเคมีในการกำจัดศัตรูพืชและสัตว์    ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตทั้งมนุษย์ สัตว์และพืช ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงความหลากหลายทางชีวภาพและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

6.  อภิปรายผลของเทคโนโลยีชีวภาพต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์และสิ่งแวดล้อม

-              ผลของเทคโนโลยีชีวภาพ มีประโยชน์ต่อมนุษย์ ทั้งด้านการแพทย์ การเกษตรและอุตสาหกรรม

 

 

 

สาระที่ 2                  ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม

มาตรฐาน ว 2. 1    เข้าใจสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น   ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งแวดล้อมกับสิ่งมีชีวิต   ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศ มีกระบวนการสืบเสาะ         หาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์  สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

ชั้น

ตัวชี้วัดชั้นปี

สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ม.1

-

-           

ม.2

-

-           

ม.3

 1.  สำรวจระบบนิเวศต่างๆในท้องถิ่นและอธิบาย    ความสัมพันธ์ขององค์ประกอบภายในระบบนิเวศ 

            ระบบนิเวศในแต่ละท้องถิ่นประกอบด้วย   องค์ประกอบทางกายภาพและองค์ประกอบทางชีวภาพเฉพาะถิ่น ซึ่งมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน

2.  วิเคราะห์และอธิบายความสัมพันธ์ของการถ่ายทอดพลังงานของสิ่งมีชีวิตในรูปของโซ่อาหารและสายใยอาหาร

            สิ่งมีชีวิตมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน โดยมีการถ่ายทอดพลังงานในรูปของโซ่อาหารและสายใยอาหาร

3.  อธิบายวัฏจักรน้ำ วัฏจักรคาร์บอน และความสำคัญที่มีต่อระบบนิเวศ

-  น้ำและคาร์บอนเป็นองค์ประกอบในสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิต น้ำและคาร์บอนจะมีการหมุนเวียนเป็น     วัฏจักรในระบบนิเวศ ทำให้สิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศนำไปใช้ประโยชน์ได้

4.  อธิบายปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงขนาดของประชากรในระบบนิเวศ

            อัตราการเกิด  อัตราการตาย  อัตราการอพยพเข้า   และอัตราการอพยพออกของสิ่งมีชีวิต มีผลต่อ  การเปลี่ยนแปลงขนาดของประชากรในระบบ  นิเวศ

 

สาระที่ 2                   ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม

มาตรฐาน ว 2.2      เข้าใจความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติ การใช้ทรัพยากรธรรมชาติในระดับท้องถิ่น ประเทศ และโลกนำความรู้ไปใช้ในในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ  และสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

ชั้น

ตัวชี้วัดชั้นปี

สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ม.1

-

-           

ม.2

-

-           

 

 

ชั้น

ตัวชี้วัดชั้นปี

สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ม.3

 1.  วิเคราะห์สภาพปัญหาสิ่งแวดล้อม  ทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่น และเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหา

-              สภาพปัญหาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่น เกิดจากการกระทำของธรรมชาติและ มนุษย์

-              ปัญหาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติที่เกิดขึ้น ควรมีแนวทางในการดูแลรักษาและป้องกัน

2.  อธิบายแนวทางการรักษาสมดุลของระบบนิเวศ     

-  ระบบนิเวศจะสมดุลได้จะต้องมีการควบคุมจำนวนผู้ผลิต  ผู้บริโภค  ผู้สลายสารอินทรีย์ ให้มีปริมาณ สัดส่วน และการกระจายที่เหมาะสม

-  การใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนและการดูแลรักษาสภาพแวดล้อม  เป็นการรักษาสมดุลของระบบนิเวศ

3.  อภิปรายการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

-  การนำทรัพยากรธรรมชาติมาใช้อย่างคุ้มค่าด้วยการใช้ซ้ำ   นำกลับมาใช้ใหม่   ลดการใช้ผลิตภัณฑ์  ใช้ผลิตภัณฑ์ชนิดเดิม  ซ่อมแซมสิ่งของเครื่องใช้  เป็นวิธีการใช้ทรัพยากร ธรรมชาติอย่างยั่งยืน

4.  วิเคราะห์และอธิบายการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 

-              การใช้ทรัพยากรธรรมชาติควรคำนึงถึงปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงบนพื้นฐานของทางสายกลาง   และความไม่ประมาท โดยคำนึงถึงความพอประมาณ   ความมีเหตุผลและ           การเตรียมตัวให้พร้อมที่จะรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

5.  อภิปรายปัญหาสิ่งแวดล้อมและเสนอแนะแนวทางการแก้ปัญหา 

-              ปัญหาสิ่งแวดล้อม  อาจเกิดจากมลพิษทางน้ำ    มลพิษทางเสียง มลพิษทางอากาศ มลพิษทางดิน

-              แนวทางการแก้ปัญหามีหลายวิธี  เริ่มจากศึกษาแหล่งที่มาของปัญหา เสาะหากระบวนการในการแก้ปัญหา และทุกคนมีส่วนร่วมในการปฏิบัติเพื่อแก้ปัญหานั้น

6 อภิปรายและมีส่วนร่วมในการดูแลและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

            การดูแลและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นให้ยั่งยืน ควรได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายและต้องเป็นความรับผิดชอบของทุกคน

 

สาระที่ 3                   สารและสมบัติของสาร

 มาตรฐาน ว 3. 1    เข้าใจสมบัติของสาร   ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสารกับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค  มีกระบวนการสืบเสาะ หาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์  สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ นำความรู้ไปใช้ประโยชน์

ชั้น

ตัวชี้วัดชั้นปี

สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ม.1

1.  ทดลองและจำแนกสารเป็นกลุ่มโดยใช้เนื้อสารหรือขนาดอนุภาคเป็นเกณฑ์ และอธิบายสมบัติของสารในแต่ละกลุ่ม

-  เมื่อใช้เนื้อสารเป็นเกณฑ์ จำแนกสารได้เป็นสารเนื้อเดียวและสารเนื้อผสม ซึ่งสารแต่ละกลุ่มจะมีสมบัติแตกต่างกัน

-  เมื่อใช้ขนาดอนุภาคของสารเป็นเกณฑ์จำแนกสารเป็นสารแขวนลอย คอลลอยด์และสารละลาย ซึ่งสารแต่ละกลุ่มจะมีสมบัติแตกต่างกัน

2.  อธิบายสมบัติและการเปลี่ยนสถานะของสาร โดยใช้แบบจำลองการจัดเรียงอนุภาคของสาร 

-   สี  รูปร่าง  ขนาด ความแข็ง  ความหนาแน่น จุดเดือด จุดหลอมเหลว  เป็นสมบัติทางกายภาพของสาร  ความเป็นกรด- เบส     ความสามารถในการรวมตัวกับสารอื่น ๆ  การแยกสลายของสารและการเผาไหม้ เป็นสมบัติทางเคมี

-  สารในสถานะต่าง ๆ มีลักษณะการจัดเรียงอนุภาค   ระยะห่างระหว่างอนุภาค  และแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคแตกต่างกัน ซึ่งสามารถใช้แบบจำลองการจัดเรียงอนุภาคของสารอธิบายสมบัติบางประการของสารได้

3.  ทดลองและอธิบายสมบัติความเป็นกรด  เบส ของสารละลาย

-  สารละลายที่มีน้ำเป็นตัวทำละลาย อาจจะมีสมบัติเป็นกรด  กลาง หรือเบส  ซึ่งสามารถทดสอบได้ด้วยกระดาษลิตมัส หรืออินดิเคเตอร์

4.  ตรวจสอบค่า pH ของสารละลายและนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

-   ความเป็นกรด - เบสของสารละลายระบุเป็นค่า pH ซึ่งตรวจสอบได้ด้วยเครื่องมือวัดค่า pH   หรือยูนิเวอร์ซัลอินดิเคเตอร์

-  ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวันอาจมีความเป็นกรดเบสแตกต่างกัน จึงควรเลือกใช้ให้ถูกต้องปลอดภัยต่อตนเองและสิ่งแวดล้อม

 

 

 

ชั้น

ตัวชี้วัดชั้นปี

สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ม.2

1.  สำรวจและอธิบายองค์ประกอบ สมบัติของธาตุและสารประกอบ 

 

 

 

 

 

ธาตุ เป็นสารบริสุทธิ์ที่ประกอบด้วยอะตอมชนิดเดียวกันและไม่สามารถแยกสลายเป็นสารอื่นได้อีกโดยวิธีการทางเคมี

-  สารประกอบเป็นสารบริสุทธิ์ที่ประกอบด้วยธาตุตั้งแต่สองธาตุขึ้นไป รวมตัวกันด้วยอัตราส่วนโดยมวลคงที่ และมีสมบัติแตกต่างจากสมบัติเดิมของธาตุที่เป็นองค์ประกอบ

2.  สืบค้นข้อมูลและเปรียบเทียบสมบัติของธาตุโลหะ ธาตุอโลหะ ธาตุกึ่งโลหะและธาตุกัมมันตรังสีและนำความรู้ไปใช้ประโยชน์      

 

 

 

    

-  ธาตุแต่ละชนิดมีสมบัติบางประการที่คล้ายกันและแตกต่างกัน จึงสามารถจำแนกกลุ่มธาตุตามสมบัติของธาตุเป็นธาตุโลหะ  กึ่งโลหะ อโลหะ และธาตุกัมมันตรังสี

-  ในชีวิตประจำวันมีวัสดุ  อุปกรณ์และผลิตภัณฑ์ต่าง  ๆ  ที่ผลิตมาจากธาตุและสารประกอบ จึงควรเลือกใช้ให้ถูกต้อง เหมาะสมปลอดภัย และยั่งยืน

3.  ทดลองและอธิบายการหลักการแยกสารด้วยวิธีการกรอง  การตกผลึก  การสกัด  การกลั่น  และโครมาโทกราฟี และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

-  การกรอง   การตกผลึก   การสกัด  การกลั่นและโครมาโทกราฟี  เป็นวิธีการแยกสารที่มีหลักการแตกต่างกัน และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

ม.3

-

-

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สาระที่ 3                  สารและสมบัติของสาร

มาตรฐาน ว 3.2       เข้าใจหลักการและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสาร   การเกิดสารละลาย   การเกิดปฏิกิริยา มีกระบวนการสืบเสาะ หาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

ชั้น

ตัวชี้วัดชั้นปี

สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ม.1

 1. ทดลองและอธิบายวิธีเตรียมสารละลายที่มีความเข้มข้นเป็นร้อยละ และอภิปรายการนำความรู้เกี่ยวกับสารละลายไปใช้ประโยชน์   

-   สารละลายประกอบด้วยตัวละลายและตัวทำละลาย  สารละลายที่ระบุความเข้มข้นเป็นร้อยละหมายถึงสารละลายที่มีอัตราส่วนของปริมาณตัวละลาย  ละลายอยู่ในสารละลายร้อยส่วน

- ในชีวิตประจำวัน ได้มีการนำความรู้เรื่องสารละลายไปใช้ประโยชน์ทางด้านการเกษตร อุตสาหกรรมอาหาร การแพทย์ และด้านอื่น ๆ

2.  ทดลองและอธิบายการเปลี่ยนแปลงสมบัติ   มวลและพลังงานของสาร เมื่อสารเปลี่ยนสถานะและเกิดการละลาย

-   เมื่อสารเกิดการเปลี่ยนสถานะและเกิดการละลาย  มวลของสารจะไม่เปลี่ยนแปลง  แต่สมบัติทางกายภาพเปลี่ยนแปลง รวมทั้งมีการถ่ายโอนพลังงานระหว่างระบบกับสิ่งแวดล้อม

3.  ทดลองและอธิบายปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนสถานะ และการละลายของสาร 

-   อุณหภูมิ ความดัน ชนิดของสารมีผลต่อการเปลี่ยนสถานะ และการละลายของสาร

ม.2

 1. ทดลองและอธิบายการเปลี่ยนแปลงสมบัติ มวล และพลังงานเมื่อสารเกิดปฏิกิริยาเคมี รวมทั้งอธิบายปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดปฏิกิริยาเคมี  

-  เมื่อสารเกิดปฏิกิริยาเคมีจะมีพลังงานเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งอาจเป็นการดูดพลังงานความร้อนหรือคายพลังงานความร้อน

-  อุณหภูมิ ความเข้มข้น ธรรมชาติของสารและตัวเร่งปฏิกิริยา มีผลต่อการเกิดปฏิกิริยาเคมีของสาร

2.  ทดลอง อธิบายและเขียนสมการเคมีของปฏิกิริยาของสารต่าง ๆ  และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์  

  

-  สมการเคมีใช้เขียนแสดงการเกิดปฏิกิริยาเคมีของสาร ซึ่งมีทั้งสารตั้งต้นและสารผลิตภัณฑ์

-  ปฏิกิริยาระหว่างโลหะกับออกซิเจน โลหะกับน้ำ โลหะกับกรด กรดกับเบส และกรดกับคาร์บอเนตเป็นปฏิกิริยาเคมีที่พบทั่วไป

-  การเลือกใช้วัสดุและสารรอบตัวในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัยโดยคำนึงถึงปฏิกิริยาที่เกิดขึ้น

 

ชั้น

ตัวชี้วัดชั้นปี

สาระการเรียนรู้แกนกลาง

 

3.  สืบค้นข้อมูลและอภิปรายผลของสารเคมี ปฏิกิริยาเคมีต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม    

    

-  สารเคมีและปฏิกิริยาเคมี มีทั้งประโยชน์และโทษต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมทั้งทางตรงและทางอ้อม  

4.  สืบค้นข้อมูลและอธิบายการใช้สารเคมีอย่างถูกต้อง ปลอดภัย วิธีป้องกันและแก้ไขอันตรายที่เกิดขึ้นจากการใช้สารเคมี           

-  การใช้สารเคมีต้องมีความระมัดระวัง  ป้องกัน   ไม่ให้เกิดอันตรายต่อตนเองและผู้อื่น โดยใช้ให้ถูกต้อง ปลอดภัยและคุ้มค่า

-  ผู้ใช้สารเคมีควรรู้จักสัญลักษณ์เตือนภัยบน     ฉลาก และรู้วิธีการแก้ไข และการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อได้รับอันตรายจากสารเคมี

ม.3

-

-

 

 

สาระที่ 4                   แรงและการเคลื่อนที่

มาตรฐาน ว 4. 1                เข้าใจธรรมชาติของแรงแม่เหล็กไฟฟ้า แรงโน้มถ่วง และแรงนิวเคลียร์     มีกระบวนการ

                                    สืบเสาะหาความรู้ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์อย่างถูกต้องและมี

    คุณธรรม  

ชั้น

ตัวชี้วัดชั้นปี

สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ม.1

1.  สืบค้นข้อมูล และอธิบายปริมาณ สเกลาร์ ปริมาณเวกเตอร์ 

-  ปริมาณทางกายภาพแบ่งเป็นปริมาณสเกลาร์และปริมาณเวกเตอร์ ปริมาณสเกลาร์เป็นปริมาณที่มีแต่ขนาด ปริมาณเวกเตอร์เป็นปริมาณที่มีทั้งขนาดและทิศทาง

 

 

 

 

 

 

 

ชั้น

ตัวชี้วัดชั้นปี

สาระการเรียนรู้แกนกลาง

 

2.  ทดลองและอธิบายระยะทาง การกระจัด อัตราเร็วและความเร็ว ในการเคลื่อนที่ของวัตถุ

-  การเคลื่อนที่ของวัตถุเกี่ยวข้องกับระยะทาง การกระจัด อัตราเร็ว ความเร็ว    ระยะทาง คือ  ความยาวที่วัดตามแนวทางการเคลื่อนที่ของวัตถุจากตำแหน่งเริ่มต้นไปยังตำแหน่งสุดท้าย  การกระจัด คือ  เวกเตอร์ที่ชี้ตำแหน่งสุดท้ายของวัตถุเทียบกับตำแหน่งเริ่มต้น  อัตราเร็ว คือ ระยะทางที่วัตถุเคลื่อนที่ได้ในหนึ่งหน่วยเวลา  ความเร็ว คือ การกระจัดของวัตถุในหนึ่งหน่วยเวลา

ม.2

 1.  ทดลองและอธิบายการหาแรงลัพธ์ของแรงหลายแรงในระนาบเดียวกันที่กระทำต่อวัตถุ  

-  แรงเป็นปริมาณเวกเตอร์  เมื่อมีแรงหลายแรงในระนาบเดียวกันกระทำต่อวัตถุเดียวกัน สามารถหาแรงลัพธ์ได้โดยใช้หลักการรวมเวกเตอร์                    

2.  อธิบายแรงลัพธ์ที่กระทำต่อวัตถุที่หยุดนิ่งหรือวัตถุเคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงตัว  

-  เมื่อแรงลัพธ์มีค่าเป็นศูนย์กระทำต่อวัตถุที่หยุดนิ่ง วัตถุนั้นก็จะหยุดนิ่งตลอดไป แต่ถ้าวัตถุเคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงตัว ก็จะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงตัวตลอดไป

ม.3

1.  อธิบายความเร่งและผลของแรงลัพธ์ที่ทำต่อวัตถุ

-  วัตถุเคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่เปลี่ยนแปลง เป็นการเคลื่อนที่ด้วยความเร่ง เมื่อแรงลัพธ์มีค่าไม่เท่ากับศูนย์กระทำต่อวัตถุวัตถุจะเคลื่อนที่ด้วยความเร่งซึ่งมีทิศทางเดียวกับแรงลัพธ์

2.  ทดลองและอธิบายแรงกิริยาและแรงปฏิกิริยาระหว่างวัตถุ  และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์  

 

-  ทุกแรงกิริยาจะมีแรงปฏิกิริยาโต้ตอบด้วยขนาดของแรงเท่ากัน แต่มีทิศทางตรงข้าม

-  การนำความรู้เรื่องแรงกิริยาและแรงปฏิกิริยาไปใช้อธิบาย เช่น การชักเย่อ การจุดบั้งไฟ

3.  ทดลองและอธิบายแรงพยุงของของเหลวที่กระทำต่อวัตถุ

-              แรงพยุง คือ แรงที่ของเหลวกระทำต่อวัตถุมีค่าเท่ากับน้ำหนักของของเหลวที่มีปริมาตรเท่ากับส่วนที่จมของวัตถุ

-              ของเหลวที่มีความหนาแน่นมากจะมีแรงพยุงมาก

-              วัตถุที่ลอยได้ในของเหลวจะมีความหนาแน่นน้อยกว่าความหนาแน่นของของเหลว

 

 

สาระที่ 4                   แรงและการเคลื่อนที่

มาตรฐาน ว 4.2      เข้าใจลักษณะการเคลื่อนที่แบบต่างๆ ของวัตถุในธรรมชาติ มีกระบวนการ  สืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์   สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

ชั้น

ตัวชี้วัดชั้นปี

สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ม.1

-

-

ม.2

-

-

ม.3

 1.  ทดลองและอธิบายความแตกต่างระหว่างแรงเสียดทานสถิตกับแรงเสียดทานจลน์ และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

-  แรงเสียดทานสถิตเป็นแรงเสียดทานที่กระทำต่อวัตถุขณะหยุดนิ่ง  ส่วนแรงเสียดทานจลน์เป็นแรงเสียดทานที่กระทำต่อวัตถุขณะเคลื่อนที่

-  การเพิ่มแรงเสียดทาน เช่น การออกแบบพื้นรองเท้าเพื่อกันลื่น

 - การลดแรงเสียดทาน เช่น การใช้น้ำมันหล่อลื่นที่            จุดหมุน

2.  ทดลองและวิเคราะห์โมเมนต์ของแรง และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ 

-  เมื่อมีแรงที่กระทำต่อวัตถุ แล้วทำให้เกิดโมเมนต์ของแรงรอบจุดหมุน  วัตถุจะเปลี่ยนสภาพการหมุน

-  การวิเคราะห์โมเมนต์ของแรงในสถานการณ์ต่าง ๆ

3.   สังเกตและอธิบายการเคลื่อนที่ของวัตถุที่เป็นแนวตรง และแนวโค้ง 

-  การเคลื่อนที่ของวัตถุมีทั้งการเคลื่อนที่ในแนวตรง เช่น การตกแบบเสรี  และการเคลื่อนที่ในแนวโค้ง  เช่น  การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ของลูกบาสเกตบอลในอากาศ  การเคลื่อนที่แบบวงกลมของวัตถุที่ผูกเชือกแล้วแกว่ง เป็นต้น

 

 

สาระที่ 5                   พลังงาน

มาตรฐาน ว 5. 1     เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างพลังงานกับการดำรงชีวิต การเปลี่ยนรูปพลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสารและพลังงาน  ผลของการใช้พลังงานต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อม มีกระบวน การสืบเสาะหาความรู้  สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้  ไปใช้ประโยชน์

ชั้น

ตัวชี้วัดชั้นปี

สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ม.1

1.  ทดลองและอธิบายอุณหภูมิและการวัดอุณหภูมิ

-  การวัดอุณหภูมิเป็นการวัดระดับความร้อนของสาร สามารถวัดด้วยเทอร์มอมิเตอร์

 

 

ชั้น

ตัวชี้วัดชั้นปี

สาระการเรียนรู้แกนกลาง

 

2.  สังเกตและอธิบายการถ่ายโอนความร้อน และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ 

-  การถ่ายโอนความร้อนมีสามวิธี คือ การนำความร้อน การพาความร้อนและการแผ่รังสีความร้อน

-  การนำความร้อน เป็นการถ่ายโอนความร้อนโดยการสั่นของโมเลกุล

-  การพาความร้อน เป็นการถ่ายโอนความร้อนโดยโมเลกุลของสารเคลื่อนที่ไปด้วย

-  การแผ่รังสีความร้อน เป็นการถ่ายโอนความร้อนจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า

-  การนำความรู้เรื่องการถ่ายโอนความร้อนไปใช้ประโยชน์

3.  อธิบายการดูดกลืน การคายความร้อน โดยการแผ่รังสี และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์      

 

-  วัตถุที่แตกต่างกันมีสมบัติในการดูดกลืนความร้อนและคายความร้อนได้ต่างกัน

-  การนำความรู้เรื่องการดูดกลืนความร้อนและการคายความร้อนไปใช้ประโยชน์

4.  อธิบายสมดุลความร้อนและผลของความร้อนต่อการขยายตัวของสาร และนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน

-  เมื่อวัตถุสองสิ่งอยู่ในสมดุลความร้อน วัตถุทั้งสองมีอุณหภูมิเท่ากัน

-  การขยายตัวของวัตถุเป็นผลจากความร้อนที่วัตถุได้รับเพิ่มขึ้น

-  การนำความรู้เรื่องการขยายตัวของวัตถุเมื่อได้รับความร้อนไปใช้ประโยชน์

ม.2

1.  ทดลองและอธิบายการสะท้อนของแสง การหักเหของแสง และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์      

 

- เมื่อแสงตกกระทบผิววัตถุหรือตัวกลางอีก     ตัวกลางหนึ่ง แสงจะเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่โดยการสะท้อนของแสง หรือการหักเหของแสง

-  การนำความรู้เกี่ยวกับการสะท้อนของแสง และการหักเหของแสงไปใช้อธิบายแว่นตา ทัศนอุปกรณ์  กระจก   เส้นใยนำแสง

 

 

 

 

 

 

ชั้น

ตัวชี้วัดชั้นปี

สาระการเรียนรู้แกนกลาง

 

2.  อธิบายผลของความสว่างที่มีต่อมนุษย์และสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ

-  นัยน์ตาของคนเราเป็นอวัยวะใช้มองดูสิ่งต่างๆ นัยน์ตามีองค์ประกอบสำคัญหลายอย่าง

-  ความสว่างมีผลต่อนัยน์ตามนุษย์ จึงมีการนำความรู้เกี่ยวกับความสว่างมาช่วยในการจัดความสว่างให้เหมาะสมกับการทำงาน

-  ออกแบบวิธีการตรวจสอบว่าความสว่างมีผลต่อสิ่งมีชีวิตอื่น

3.  ทดลองและอธิบายการดูดกลืนแสงสี  การมองเห็นสีของวัตถุ และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

-  เมื่อแสงตกกระทบวัตถุ วัตถุจะดูดกลืนแสงสีบางสีไว้ และสะท้อนแสงสีที่เหลือออกมาทำให้เรามองเห็นวัตถุเป็นสีต่าง ๆ

-  การนำความรู้เกี่ยวกับการดูดกลืนแสงสีการมองเห็นสีของวัตถุไปใช้ประโยชน์ในการถ่ายรูปและในการแสดง

ม.3

1.  อธิบายงาน พลังงานจลน์ พลังงานศักย์โน้มถ่วง กฎการอนุรักษ์พลังงาน และความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณเหล่านี้ รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ 

 

 

 

 

 

-  การให้งานแก่วัตถุเป็นการถ่ายโอนพลังงานให้วัตถุ พลังงานนี้เป็นพลังงานกลซึ่งประกอบด้วยพลังงานศักย์และพลังงานจลน์  พลังงานจลน์เป็นพลังงานของวัตถุขณะวัตถุเคลื่อนที่ ส่วนพลังงานศักย์โน้มถ่วงของวัตถุเป็นพลังงานของวัตถุที่อยู่สูงจากพื้นโลก

-   กฎการอนุรักษ์พลังงานกล่าวว่า พลังงานรวม

     ของวัตถุไม่สูญหาย แต่สามารถเปลี่ยนจากรูปหนึ่งไปเป็นอีกรูปหนึ่งได้

-  การนำกฎการอนุรักษ์พลังงานไปใช้ประโยชน์ในการอธิบายปรากฏการณ์ เช่น พลังงานน้ำเหนือเขื่อนเปลี่ยนรูปจากพลังงานศักย์โน้มถ่วงเป็นพลังงานจลน์, ปั้นจั่นตอกเสาเข็ม

2.  ทดลองและอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างความต่างศักย์ กระแสไฟฟ้า ความต้านทาน และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ 

-  ความต่างศักย์ กระแสไฟฟ้าและความต้านทานมีความสัมพันธ์กันตามกฎของโอห์ม

 - การนำกฎของโอห์มไปใช้วิเคราะห์วงจรไฟฟ้าอย่างง่าย

 

 

ชั้น

ตัวชี้วัดชั้นปี

สาระการเรียนรู้แกนกลาง

 

3.  คำนวณพลังงานไฟฟ้าของเครื่องใช้ไฟฟ้า และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ 

-  การคำนวณพลังงานไฟฟ้าของเครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นส่วนหนึ่งของการคิดค่าไฟฟ้าและเป็นแนวทางในการประหยัดพลังงานไฟฟ้าในบ้าน

4.  สังเกตและอภิปรายการต่อวงจรไฟฟ้าในบ้านอย่างถูกต้องปลอดภัย และประหยัด

-  การต่อวงจรไฟฟ้าในบ้านต้องออกแบบวงจร ติดตั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างถูกต้อง โดยการต่อสวิตช์แบบอนุกรม  ต่อเต้ารับแบบขนาน และเพื่อความปลอดภัยต้องต่อสายดินและฟิวส์  รวมทั้งต้องคำนึงถึงการใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัด

5.  อธิบายตัวต้านทาน ไดโอด ทรานซิสเตอร์ และทดลองต่อวงจรอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้นที่มีทรานซิสเตอร์ 

 

-  ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ตัวต้านทาน ไดโอด ทรานซิสเตอร์ มีสมบัติทางไฟฟ้าแตกต่างกัน                   ตัวต้านทานทำหน้าที่จำกัดกระแสไฟฟ้าในวงจร ไดโอดมีสมบัติให้กระแสไฟฟ้าผ่านได้ทิศทางเดียวและทรานซิสเตอร์ทำหน้าที่เป็นสวิตซ์ปิด-เปิดวงจร

-  การประกอบวงจรอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้นที่มีทรานซิสเตอร์  1 ตัวทำหน้าที่เป็นสวิตซ์

 

 

สาระที่ 6                  กระบวนการเปลี่ยนแปลงของโลก

มาตรฐาน ว 6. 1       เข้าใจกระบวนการต่าง ๆ   ที่เกิดขึ้นบนผิวโลกและภายในโลก ความสัมพันธ์ของกระบวนการต่าง ๆ ที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ภูมิประเทศ และสัณฐานของโลก มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

ชั้น

ตัวชี้วัดชั้นปี

สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ม.1

1.  สืบค้นและอธิบายองค์ประกอบและการ  แบ่งชั้นบรรยากาศที่ปกคลุมผิวโลก

 

บรรยากาศของโลกประกอบด้วยส่วนผสมของแก๊สต่าง ๆ  ที่อยู่รอบโลกสูงขึ้นไปจากพื้นผิวโลกหลายกิโลเมตร

-  บรรยากาศแบ่งเป็นชั้นตามอุณหภูมิและการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิตามความสูงจากพื้นดิน

2.  ทดลองและอธิบายความสัมพันธ์ระหว่าง อุณหภูมิ ความชื้นและความกดอากาศที่มีผลต่อปรากฏการณ์ทางลมฟ้าอากาศ

อุณหภูมิ   ความชื้นและความกดอากาศ       มีผลต่อปรากฏการณ์ทางลมฟ้าอากาศ

 

 

ชั้น

ตัวชี้วัดชั้นปี

สาระการเรียนรู้แกนกลาง

 

3.  สังเกต วิเคราะห์และ อภิปรายการเกิดปรากฏการณ์ทางลมฟ้าอากาศที่มีผลต่อมนุษย์

ปรากฏการณ์ทางลมฟ้าอากาศ ได้แก่ การเกิดเมฆ   ฝน พายุฟ้าคะนอง  พายุหมุนเขตร้อน ลมมรสุมฯลฯ

4.   สืบค้น วิเคราะห์ และแปลความหมายข้อมูลจากการพยากรณ์อากาศ

-  การพยากรณ์อากาศอาศัยข้อมูลเกี่ยวกับอุณหภูมิ  ความกดอากาศ   ความชื้น ปริมาณเมฆ ปริมาณน้ำฝนและนำมาแปลความหมายเพื่อใช้ในการทำนายสภาพอากาศ

5.  สืบค้น วิเคราะห์ และอธิบายผลของลมฟ้าอากาศต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต และสิ่งแวดล้อม

-  สภาพลมฟ้าอากาศที่เปลี่ยนแปลงบนโลกทำให้เกิดพายุ   ปรากฏการณ์เอลนิโญ  ลานีญา ซึ่งส่งผลต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ และสิ่งแวดล้อม 

6.  สืบค้น วิเคราะห์ และอธิบายปัจจัยทางธรรมชาติและการกระทำของมนุษย์ที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของโลก รูโหว่โอโซน และฝนกรด

-  ปัจจัยทางธรรมชาติและการกระทำของมนุษย์ เช่นภูเขาไฟระเบิด  การตัดไม้ทำลายป่า  การเผาไหม้ของเครื่องยนต์และการปล่อยแก๊สเรือนกระจก มีผลทำให้เกิดภาวะโลกร้อน รูโหว่ของชั้นโอโซน และฝนกรด

ภาวะโลกร้อนคือปรากฏการณ์ที่อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงขึ้น

7.  สืบค้น วิเคราะห์และอธิบายผลของภาวะโลกร้อน รูโหว่โอโซน และฝนกรด ที่มีต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม

ภาวะโลกร้อนทำให้เกิดการละลายของธารน้ำแข็ง   ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น  การกัดเซาะชายฝั่งเพิ่มขึ้น น้ำท่วม ไฟป่า ส่งผลให้สิ่งมีชีวิตบางชนิดสูญพันธุ์และทำให้สิ่งแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไป

- รูโหว่โอโซน และฝนกรดมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม

ม.2

 1.  สำรวจ ทดลองและอธิบายลักษณะของชั้นหน้าตัดดิน สมบัติของดิน และกระบวนการเกิดดิน 

-  ดินมีลักษณะและสมบัติแตกต่างกันตามวัตถุต้นกำเนิดดิน ลักษณะภูมิอากาศ  ลักษณะภูมิประเทศ พืชพรรณ สิ่งมีชีวิต และระยะเวลาในการเกิดดิน และตรวจสอบสมบัติบางประการของดิน

-  ชั้นหน้าตัดดินแต่ละชั้นและแต่ละพื้นที่มีลักษณะ สมบัติ และองค์ประกอบแตกต่างกัน

 

 

 

ชั้น

ตัวชี้วัดชั้นปี

สาระการเรียนรู้แกนกลาง

 

2.  สำรวจ วิเคราะห์และอธิบายการใช้ประโยชน์และการปรับปรุงคุณภาพของดิน

-     ดินในแต่ละท้องถิ่นมีลักษณะและสมบัติต่างกันตามสภาพของดิน จึงนำไปใช้ประโยชน์ต่างกัน

-     การปรับปรุงคุณภาพดินขึ้นอยู่กับสภาพของดินเพื่อทำให้ดินมีความเหมาะสมต่อการใช้ประโยชน์

3.  ทดลองเลียนแบบเพื่ออธิบายกระบวนการเกิด  และลักษณะองค์ประกอบของหิน

 

-  กระบวนการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาทั้งบนและใต้พื้นผิวโลก ทำให้เกิดหินที่มีลักษณะองค์ประกอบแตกต่างกันทั้งทางด้านกายภาพ และทางเคมี

4.  ทดสอบ และสังเกตองค์ประกอบและสมบัติของหิน เพื่อจำแนกประเภทของหิน และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

-  หินแบ่งเป็น หินอัคนี หินแปรและหินตะกอนหินแต่ละประเภทมีความสัมพันธ์กัน และนำไปใช้ประโยชน์ในทางอุตสาหกรรม  การก่อสร้างและอื่น ๆ

5ตรวจสอบและอธิบาย ลักษณะทางกายภาพของแร่ และการนำไปใช้ประโยชน์ 

-  เมื่อสภาวะแวดล้อมธรรมชาติที่อยู่ภายใต้อุณหภูมิและความดันที่เหมาะสม ธาตุและสารประกอบจะตกผลึกเป็นแร่ที่มีลักษณะและสมบัติต่างกัน ซึ่งต้องใช้วิธีตรวจสอบสมบัติแต่ละอย่างแตกต่างกันไป

-  แร่ที่สำรวจพบในประเทศไทยมีหลายชนิด แต่ละชนิดตรวจสอบทางกายภาพได้จากรูปผลึก ความถ่วงจำเพาะ   ความแข็ง   ความวาว   แนวแตกเรียบ สีและสีผงของแร่และนำไปใช้ประโยชน์ต่างกันเช่นใช้ทำเครื่องประดับ  ใช้ในด้านอุตสาหกรรม

6สืบค้นและอธิบายกระบวนการเกิด  ลักษณะและสมบัติของปิโตรเลียม ถ่านหิน หินน้ำมัน และการนำไปใช้ประโยชน์  

-  ปิโตรเลียม ถ่านหิน หินน้ำมัน เป็นเชื้อเพลิงธรรมชาติที่เกิดจากกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยา ซึ่งแต่ละชนิดจะมีลักษณะ สมบัติและวิธีการนำไปใช้ประโยชน์แตกต่างกัน

7.  สำรวจและอธิบายลักษณะแหล่งน้ำธรรมชาติ   การใช้ประโยชน์และการอนุรักษ์แหล่งน้ำในท้องถิ่น

 

-    แหล่งน้ำบนโลก มีทั้งน้ำจืด น้ำเค็ม โดย

     แหล่งน้ำจืดมีอยู่ทั้งบนดิน  ใต้ดิน และใน

     บรรยากาศ

-  การใช้ประโยชน์ของแหล่งน้ำ ต้องมีการวางแผนการใช้  การอนุรักษ์  การป้องกัน      การแก้ไข และผลกระทบ ด้วยวิธีการที่เหมาะสม

 

ชั้น

ตัวชี้วัดชั้นปี

สาระการเรียนรู้แกนกลาง

 

8.  ทดลองเลียนแบบ และอธิบาย การเกิดแหล่งน้ำบนดิน   แหล่งน้ำใต้ดิน

- แหล่งน้ำบนดินมีหลายลักษณะขึ้นอยู่กับ ลักษณะภูมิประเทศ  ลักษณะทางน้ำ และความเร็วของกระแสน้ำ ในแต่ละฤดูกาล

น้ำบนดินบางส่วนจะไหลซึมสู่ใต้ผิวดิน     ถูกกักเก็บไว้ในชั้นดินและหิน เกิดเป็นน้ำใต้ดิน ซึ่งส่วนหนึ่งจะซึมอยู่ตามช่องว่างระหว่างเม็ดตะกอน เรียกว่าน้ำในดิน อีกส่วนหนึ่ง จะไหลซึมลึกลงไป จนถูกกักเก็บไว้ตามช่องว่างระหว่างเม็ดตะกอน ตามรูพรุน หรือตามรอยแตกของหิน หรือชั้นหินเรียกว่าน้ำบาดาล

สมบัติของน้ำบาดาลขึ้นอยู่กับชนิดของดิน แหล่งแร่และหิน ที่เป็นแหล่งกักเก็บน้ำบาดาล และชั้นหินอุ้มน้ำ

9ทดลองเลียนแบบและอธิบายกระบวนการผุพังอยู่กับที่   การกร่อน การพัดพา การทับถม การตกผลึกและผลของ กระบวนการดังกล่าว   

การผุพังอยู่กับที่การกร่อน การพัดพา การทับถม และการตกผลึก เป็นกระบวนการสำคัญที่ทำให้พื้นผิวโลกเกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นภูมิลักษณ์    ต่าง   ๆ   โดยมีลม   น้ำ    ธารน้ำแข็ง   คลื่นและแรงโน้มถ่วงของโลกเป็นตัวการสำคัญ

 10.  สืบค้น สร้างแบบจำลองและ อธิบายโครงสร้างและองค์ประกอบของโลก             

-    โครงสร้างของโลกประกอบด้วยชั้นเปลือกโลก ชั้นเนื้อโลก และชั้นแก่นโลก โครงสร้างแต่ละชั้นจะมีลักษณะและส่วนประกอบแตกต่างกัน

ม.3

-

-

 

 

 

 

 

 

 

สาระที่ 7                   ดาราศาสตร์และอวกาศ

มาตรฐาน ว 7. 1     เข้าใจวิวัฒนาการของระบบสุริยะ กาแล็กซีและเอกภพ การปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะ  และผลต่อสิ่งมีชีวิตบนโลก มีกระบวนการสืบเสาะ หาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์  การสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

ชั้น

ตัวชี้วัดชั้นปี

สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ม.1

-

-

ม.2

-

-

ม.3

 1สืบค้นและอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างดวงอาทิตย์ โลก ดวงจันทร์และดาวเคราะห์อื่น ๆ และผลที่เกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิตบนโลก   

-  ดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์อยู่เป็นระบบได้ภายใต้แรงโน้มถ่วง

-  แรงโน้มถ่วงระหว่างโลกกับดวงจันทร์ ทำให้ดวงจันทร์โคจรรอบโลก แรงโน้มถ่วงระหว่างดวงอาทิตย์กับบริวาร ทำให้บริวารเคลื่อนรอบดวงอาทิตย์กลายเป็นระบบสุริยะ

-  แรงโน้มถ่วงที่ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์กระทำต่อโลกทำให้เกิดปรากฏการณ์น้ำขึ้น น้ำลง ซึ่งส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิตบนโลก

2.  สืบค้นและอธิบายองค์ประกอบของเอกภพ กาแล็กซี และระบบสุริยะ 

-  เอกภพประกอบด้วยกาแล็กซีมากมายนับแสนล้านแห่ง แต่ละกาแล็กซีประกอบด้วยดาวฤกษ์จำนวนมาก  ที่อยู่เป็นระบบด้วยแรงโน้มถ่วง    กาแล็กซีทางช้างเผือกมีระบบสุริยะอยู่ที่แขนของกาแล็กซี่ด้านกลุ่มดาวนายพราน

3.  ระบุตำแหน่งของกลุ่มดาว และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

กลุ่มดาวฤกษ์ประกอบด้วยดาวฤกษ์หลายดวงที่ปรากฏอยู่ในขอบเขตแคบๆ และเรียงเป็นรูปต่างๆกันบนทรงกลมฟ้า โดยดาวฤกษ์ที่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน ไม่จำเป็นต้องอยู่ใกล้กันอย่างที่ตาเห็น แต่มีตำแหน่งที่แน่นอนบนทรงกลมฟ้า จึงใช้บอกทิศและเวลาได้

 

 

 

 

สาระที่ 7                  ดาราศาสตร์และอวกาศ

มาตรฐาน ว 7.2      เข้าใจความสำคัญของเทคโนโลยีอวกาศที่นำมาใช้ในการสำรวจอวกาศและ       ทรัพยากรธรรมชาติ ด้านการเกษตรและการสื่อสาร มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์อย่างมีคุณธรรมต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อม

ชั้น

ตัวชี้วัดชั้นปี

สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ม.1

-

-

ม.2

-

-

ม.3

1.  สืบค้นและอภิปรายความก้าวหน้าของเทคโนโลยีอวกาศที่ใช้สำรวจอวกาศ วัตถุท้องฟ้า สภาวะอากาศ ทรัพยากรธรรมชาติ การเกษตร และการสื่อสาร

มนุษย์ใช้กล้องโทรทรรศน์  จรวด  ดาวเทียม     ยานอวกาศ    สำรวจอวกาศ   วัตถุท้องฟ้า   สภาวะอากาศ   ทรัพยากรธรรมชาติ การเกษตรและใช้ในการสื่อสาร

 

 

 

สาระที่ 8                  ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

มาตรฐาน ว 8. 1     ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์ในการสืบเสาะหาความรู้ การแก้ปัญหา รู้ว่าปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มีรูปแบบที่แน่นอน สามารถอธิบายและตรวจสอบได้ ภายใต้ข้อมูลและเครื่องมือที่มีอยู่ในช่วงเวลานั้นๆ เข้าใจว่า วิทยาศาสตร์  เทคโนโลยี สังคม และสิ่งแวดล้อมมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน

ชั้น

ตัวชี้วัดชั้นปี

สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ม.1-ม.3

 1 ตั้งคำถามที่กำหนดประเด็นหรือตัวแปรที่สำคัญในการสำรวจตรวจสอบ หรือศึกษาค้นคว้าเรื่องที่สนใจได้อย่างครอบคลุมและเชื่อถือได้

-

2 สร้างสมมติฐานที่สามารถตรวจสอบได้และวางแผนการสำรวจตรวจสอบหลาย ๆ วิธี

-

 

 

 

ชั้น

ตัวชี้วัดชั้นปี

สาระการเรียนรู้แกนกลาง

 

3 เลือกเทคนิควิธีการสำรวจตรวจสอบทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพที่ได้ผลเที่ยงตรงและปลอดภัย โดยใช้วัสดุและเครื่องมือที่เหมาะสม

-

4รวบรวมข้อมูล จัดกระทำข้อมูลเชิงปริมาณและคุณภาพ

-

5 วิเคราะห์และประเมินความสอดคล้องของประจักษ์พยานกับข้อสรุป ทั้งที่สนับสนุนหรือขัดแย้งกับสมมติฐาน และความผิดปกติของข้อมูลจากการสำรวจตรวจสอบ

-

6สร้างแบบจำลอง หรือรูปแบบ  ที่อธิบายผลหรือแสดงผลของการสำรวจตรวจสอบ

-

7.  สร้างคำถามที่นำไปสู่การสำรวจตรวจสอบ  ในเรื่องที่เกี่ยวข้อง และนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในสถานการณ์ใหม่หรืออธิบายเกี่ยวกับแนวคิด กระบวนการ และผลของโครงงานหรือชิ้นงานให้ผู้อื่นเข้าใจ

-

8บันทึกและอธิบายผลการสังเกต การสำรวจ ตรวจสอบ ค้นคว้าเพิ่มเติมจากแหล่งความรู้ต่าง ๆ ให้ได้ข้อมูลที่เชื่อถือได้ และยอมรับการ         เปลี่ยนแปลงความรู้ที่ค้นพบเมื่อมีข้อมูลและประจักษ์พยานใหม่เพิ่มขึ้นหรือโต้แย้งจากเดิม

-

9จัดแสดงผลงาน เขียนรายงาน และ/หรืออธิบายเกี่ยวกับแนวคิด กระบวนการ และผลของโครงงานหรือชิ้นงานให้ผู้อื่นเข้าใจ

-